อากาศเปลี่ยนแปลงตามช่วงฤดูกาลจากร้อนไปฝน อาจมีผลทำให้สัตว์ปีกของเกษตรกรป่วยและอ่อนแอสามารถติดเชื้อโรคต่างๆได้ง่าย ซึ่งเกษตรกรควรมีการระวังดูแลเป็นพิเศษ

นายปรีชา สมบูรณ์ประเสริฐ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เผยว่า อากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงฤดูกาลจากร้อนไปฝนอาจทำให้มีผลทำให้สัตว์ปีกของเกษตรกรป่วยและอ่อนแอ สามารถติดเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่าย ซึ่งเกษตรกรควรมีการดูแลเป็นพิเศษซึ่งโรคระบาดที่มักจะเกิดขึ้นกับสัตว์ปีกในช่วงฤดูฝน คือ โรคนิวคาสเซิล โรคอหิวาต์เป็ด-ไก่ โรคฝีดาษสัตว์ปีก โรคไข้หวัดนก เป็นต้น
โรคนิวคาสเซิล ติดต่อโดยการสัมผัสโดยตรงกับสัตว์ปีกที่เป็นโรค หรือการกิน หรือหายใจ เชื้อไวรัสที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม โรคนี้เกิดขึ้นได้ในไก่ทุกอายุ การเกิดโรคและความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อไวรัส มีอาการทางระบบหายใจ ท้องเสีย การทางประสาท คอบิดในไก่ อัตราการไข่ลดลง สามารถป้องกันโรคนิวคาสเซิลได้ด้วยการใช้วัคซีนหยอดตาหรือหยอดจมูกทุกๆ 3 เดือน
โรคอหิวาต์เป็ด-ไก่ มักเป็นสาเหตุที่ทำให้สัตว์ปีกป่วยตายอย่างกะทันหัน มีไข้สูง เบื่ออาหาร ซึม มีน้ำมูก น้ำลายเป็นเมือกไหล ท้องเสีย ขนร่วง หายใจถี่ หงอนและหน้าคล้ำก่อนตาย สัตว์ที่ไม่ตายก็จะพัฒนาไปเป็นแบบเรื้อรังซึ่งจะพบเหนียง ข้อขา ข้อปีก ต่อมน้ำเหลืองบวม ตาแฉะ ขาบิด หายใจเสียงดัง หอบ การควบคุมและการป้องกันโรคอหิวาต์เป็ด-ไก่ ทำได้โดยฉีดวัคซีนให้กับสัตว์ปีกที่อายุตั้งแต่ 3 สัปดาห์ และฉีดซ้ำทุก 3 เดือน และใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษาโรคนี้ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
โรคฝีดาษสัตว์ปีก มักจะเกิดเม็ดตุ่มคล้ายหูด ตามใบหน้า ขา ปาก ทำให้ไก่เติบโตช้า ไข่ลด หายใจลำบาก กินอาหารไม่ได้ น้ำมูกน้ำตาไหล อาจตายจากการขาดอาหาร น้ำ มีอันตรายต่ำถึงปานกลาง สามารถควบคุมและป้องกันโรคได้ด้วยการจัดการฟาร์มสัตว์ปีกให้มีการสุขาภิบาลที่ดี กำจัดยุงโดยการตัดหญ้า วัชพืชให้สั้น และใช้กับดักจับยุงในเวลากลางคืน ใช้วัคซีนฝีดาษแทกปีกไก่อายุระหว่าง 2-5 สัปดาห์ ตัวละ 1-2 ครั้ง หลังจากทำวัคซีน 7-10 วัน จะเกิดตุ่มฝีบริเวณที่แทงปีกและจะค่อยๆแห้งหายไปภายใน 2 สัปดาห์
โรคไข้หวัดนก เป็นโรคระบาดที่สามารถติดต่อมาสู่คนได้ ซึ่งสัตว์ปีกที่ได้รับเชื้อจะแสดงอาการไอ จาม มีไข้ หน้าบวม หงอน หรือเหนียงบวม มีสีแดงคล้ำ ชัก มีจุดเลือดบริเวณหน้าแข้ง หรือตายกะทันหันโดยไม่แสดงอาการป่วย หรือกินอาหารลดลง ผลผลิตไข่ลดลงหรือหยุดไข่ เป็นต้น โรคไข้หวัดนกยังไม่มีวิธีรักษา ต้องทำลายสัตว์ป่วยและสัตว์ร่วมฝูงทั้งหมด พ่นยาฆ่าเชื้อโรคให้ทั่วทั้งบริเวณ และพักโรงเรือนไว้อย่างน้อย 21 วัน แต่สามารถป้องกันโรคได้โดยการเลี้ยงสัตว์ปีกในโรงเรือนที่สามารถป้องกันพาหะนำโรคได้ เช่น มีตาข่ายคลุม และมีการพ่นยาฆ่าเชื้อโรคเป็นประจำ
ดังนั้น เกษตรกรควรมีการป้องกันและเฝ้าระวัง เช่น การเตรียมโรงเรือนเล้าสัตว์ปีกให้สามารถกันแดด ลม และฝนได้ ควรทำความสะอาดโดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคให้สะอาดอยู่เสมอ จัดหาอาหารและน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการ ตลอดจนเลี้ยงและจัดการให้สัตว์ปีกมีสุขภาพดี ทำวัคซีนป้องกันโรคตามโปรแกรมที่กำหนด ให้กินวิตามินและเกลือแร่เพื่อเสริมความแข็งแรงและต้านทานต่อโรค ทั้งนี้ หากสัตว์ปีกป่วยตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เพื่อเข้าให้การช่วยเหลือโดยเร็ว
ข้อมูล : ส่วนโรคปศุสัตว์ สำนักควบคุม ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์