การส่งออกสินค้าปศุสัตว์ของไทยยังมีปัญหาอีกมากมาย บทความที่เรามาเสนอวันนี้ได้รับความอนุเคราะห์จาก สพ.ญ.สมพิศ จุลลาบุตรดี ซึ่งป็นผู้ที่ศึกษาและมีความรู้ในเรื่องนี้อย่างดี รวมทั้งได้ทำงานคลุกคลีกอยู่ในวงการนี้มานานหลายปี ทางทีมงานหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านทุกท่านค่ะ
EurepGAP สำหรับผู้ผลิตสินค้าปศุสัตว์
ไทยเป็นผู้ผลิตอาหารจากเนื้อสัตว์ที่สำคัญของโลก (ส่งออกผลิตภัณฑ์และเนื้อสัตว์ปีกเป็นอันดับ 4 ของโลก (มากกว่า 530,000 ตัน เมื่อปีที่แล้วด้วยมูลค่า 1 พันล้านบาท ก่อนมีการเกิดโรคไข้หวัดนก) ไปยังกลุ่มสหภาพยุโรป และญี่ปุ่น นอกจากนั้นยังส่งออกเนื้อสุกรบางส่วนไปยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์ และส่งออกเนื้อสุกรแปรรูปไปยังประเทศญี่ปุ่น เป็นต้นรวมทั้งมีการร่วมลงทุนในโรงงานแปรรูปเนื้อสุกร เพื่อการส่งออกร่วมกับผู้ลงทุนจากญี่ปุ่นอีกด้วย) อันนำรายได้เข้าสู่ประเทศ และเกิดการสร้างงาน ด้วยการส่งเสริมประชาสัมพันธ์ของภาครัฐที่ชูนโยบายอาหารปลอดภัยสู่ครัวของโลกของ จึงจำเป็นอย่างยิ่งต่อผู้ผลิตตั้งแต่ระดับฟาร์มจนกระทั่งถึงโรงงานแปรรูปเพื่อการส่งออกที่จะต้องดำเนินงานด้วยความโปร่งใส และสร้างความมั่นใจกับผู้บริโภคทั้งภายในและต่างประเทศ
ในการสร้างความมั่นใจสำหรับตลาดส่งออก นอกจากการนำมาตรฐานต่าง ๆ อันเป็นที่ยอมรับทั่วไปมาใช้ในระดับการแปรรูปอาหารแล้ว เพื่อให้มีความมั่นใจ สามารถสอบย้อนกลับได้ว่าสินค้าปศุสัตว์ของเราได้ผ่านขบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานในด้านคุณภาพ ความปลอดภัย ผลิตภายใต้สภาวะที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และสวัสดิภาพของสัตว์และมนุษย์ตั้งแต่ในระดับฟาร์ม จึงจำเป็นต้องมีการรับรองมาตรฐานฟาร์มอันเป็นมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค และผู้จัดจำหน่าย อันเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคร่วมกัน
มีมาตรฐานต่าง ๆ ที่ได้มีการรับรองในโรงงาน แต่ทางด้านฟาร์มนั้นยังไม่มีมาตรฐานที่ยอมรับกันทั่วไป ในยุโรปจะมีมาตรฐานที่เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกจัดตั้งมาตรฐาน EurepGAP ขึ้นมาเพื่อเป็นแนวทางการผลิตที่ดีระดับฟาร์มที่ส่งสินค้า หรือให้กับผู้แปรรูปสินค้าให้กับกลุ่ม
การก่อกำเนิดของมาตรฐาน EurepGAP
เพราะผู้บริโภคมีความตระหนักที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับคุณภาพของสินค้าการเกษตร ผู้บริโภคต้องการความมั่นใจว่าอาหารที่บริโภคผลิตอย่างปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสวัสดิภาพทั้งของสัตว์และมนุษย์ เมื่อมีมาตรฐานนี้เกิดขึ้นจะทำให้เขามั่นใจว่าทุกขั้นตอนการผลิตในระดับฟาร์มมีความสอดคล้องกับมาตรฐานและกฎระเบียบระดับประเทศและนานาชาติในแง่ของความปลอดภัย
EurepGAP ย่อมาจาก Euro Retailer Produce Working Group for 'Good Agricultural Practice' ซึ่งแปลว่ากลุ่มผู้จัดจำหน่ายและผลิตสินค้าในสหภาพยุโรปใช้ GAP เป็นมาตรฐานการผลิตเพื่อให้การรับรอง โดยมีหลักการพื้นฐานคือป้องกันความเสี่ยง วิเคราะห์ความเสี่ยง (HACCP) การดำรงไว้ซึ่ง การบูรณการการจัดการสัตว์พาหนะ และผลผลิตทางการเกษตร โดยใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่เพื่อให้มีระบบการจัดการฟาร์มที่มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างส่วนประกอบมาตรฐานได้แก่
- การจัดการฟาร์มโดยรวม (Integrated Crop Management)
- การควบคุมสัตว์พาหนะแบบบูรณการ (Integrated Pest Control)
- ระบบการจัดการคุณภาพ (Quality Management System)
- การวิเคราะห์และควบคุมอันตราย (Hazard Analysis Critical Control Points)
- สุขภาพของพนักงาน (Worker health)
- สวัสดิภาพ สิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ (Welfare and Environment and conservation management)
ทำไมเราต้องให้ความสำคัญในการประกันระดับฟาร์ม
- เพื่อการผลิตภายใต้การควบคุมและมีประสิทธิผล
- เป็นความรับผิดชอบของฟาร์มต่อผู้บริโภค
- ประกันและเพิ่มความมั่นใจในสินค้าทางการเกษตร
ผลที่ได้รับจากการได้รับการรับรองระบบ EurepGAP
- เพื่อเพิ่มการผลิตอาหารปลอดภัย และระบบการจัดการอาหารปลอดภัยที่ดีขึ้น
- เป็นเครื่องมือที่บอกถึงความมุ่งมั่นในการผลิตหรือค้าขายอาหารที่ปลอดภัย
- ได้รับการยอมรับ
- เพิ่มความมั่นใจแก่ผู้บริโภคและลูกค้าทางด้านความปลอดภัยและคุณภาพสินค้า
การรับรองจะทำให้เปิดตัวเข้าสู่ตลาดได้มากขึ้น เพราะเป็นที่ต้องการของผู้จัดจำหน่ายว่าเป็นมาตรฐานเบื้องต้นในการผลิตในฟาร์ม จะทำให้เป็นที่ยอมรับในตลาด และในระยะยาวจะทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงอันเนื่องจากการพัฒนาปรับปรุงส่วนประกอบเครื่องไม้เครื่องมือในการผลิตในฟาร์ม
เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาได้มีการจัดประชุมสัมมนาเกี่ยวกับมาตรฐานนี้ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ผู้ที่มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นได้แก่ผู้จัดจำหน่ายสินค้า (Retailers) ผู้แปรรูปอาหาร (Processors) และผู้ผลิต (Producers) ร่วมประชุมสัมมนาโดยมีจุดประสงค์หลักในการสัมมนาเพื่อให้ผู้ผลิตและผู้ซื้อยอมรับมาตรฐานเพื่ออ้างอิงสำหรับความปลอดภัยและความเชื่อมั่นในการผลิตอาหาร