หน้าแรก HOME สมัครสมาชิก กิจกรรม activities เว็บบอร์ด webboard เกี่ยวกับเรา about us ติดต่อเรา contact us บริษัทในเครือ vip group
หมวดหมู่สินค้า
 hidden ผลิตภัณฑ์ของเรา
 hidden วัคซีน
 hidden พรีมิกซ์
 hidden ยาปฏิชีวนะ
 hidden ยาผสมอาหาร
 hidden ยาฉีด&ยาปั๊มปาก
 hidden วิตามินละลายน้ำ
 hidden สารฆ่าเชื้อ แมลงและหนู
 hidden กรดอินทรีย์รวม ชนิดน้ำ
 ใส่อีเมล์เพื่อรับข่าวสาร
สมัคร   ยกเลิก
 สาระน่ารู้
  อันตรายจาก 4 เชื้อร้ายในอาหาร (20)
  การทำวัคซีนไก่ไข่ (183)
  โรคบิดสุกร (293)
  โรคบิดไก่ (319)
 เรื่องน่ารู้คนออฟฟิศ
  วีธีทำให้ชีวิตโล่ง และเบาขึ้น (30)
  ข้อแนะนำ วิธีนวดฝ่าเท้าด้วยตัวเอง แบบง่ายๆ (31)
  เรื่องน่ารู้ วิธีทำงาน รวมกับคนที่ไม่ชอบหน้า (50)
  คนทำงานหน้าคอมฯ เสี่ยง ออฟฟิศซินโดรม  (56)
 ธรรมะในการทำงาน
  ทำงานเพื่อเจริญสติปัญญา (29)
  ความสุขที่เรียบง่าย  (37)

  +กรมปศุสัตว์
  +สำนักพัฒนาการปศุสัตว์และถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมปศุสัตว์

บริษัท เวท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด.... สินค้ามาตรฐาน เพื่อฟาร์มมาตรฐาน.... ด้วยทีมงานบริการที่ประทับใจ

สาระน่ารู้

"โรคบิดไก่"
(เข้าชมทั้งหมด 319 คน)

โรคบิดไก่

(CHICKEN  COCCIDIOSIS)

 

โรคบิดเป็นโรคที่สำคัญ ในไก่ ลักษณะเฉพาะของโรคคือ ทำให้เกิดการอักเสบของลำไส้อย่างรุนแรง การระบาดของโรคสามารถเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในไก่ไข่และไก่พ่อแม่พันธุ์ เชื้อบิดที่ทำให้เกิดโรคในไก่มีหลายชนิด แต่ละชนิดก็มีความจำเพาะที่จะทำให้เกิดการอักเสบในแต่ละส่วนของลำไส้แตกต่างกันออกไป ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นหลังการติดเชื้อบิด แต่ละชนิดก็ไม่มีความสัมพันธ์กัน การที่ฝูงที่มีการระบาดของของโรคบิด ไก่บางตัวจะท้องเสีย แคระแกรน น้ำหนักลด ประสิทธิภาพการกินอาหาร อัตราแลกเนื้อลดลง การตายเพิ่มขึ้น เสียค่าใช้จ่ายในการใช้ยาควบคุมโรค     โรคบิดในไก่ (Coccidiosis) มีสาเหตุเกิดจากเชื้อโปรโตซัว   ในตระกูล  ไอเมอเรีย (Genus Eimeria) ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด

                     

 อาการ ไก่ป่วยแสดงอาการซึม เบื่ออาหาร ขนฟู ตัวที่ป่วยรุนแรงจะหยุดกินน้ำและอาหาร ในระยะแรกของการท้องเสียอุจจาระจะเหลวเป็นน้ำ ต่อมาอุจจาระจะข้นขึ้นเล็กน้อยมีสีน้ำตาลเข้มหรือมีเลือดปนออกมา ถ้ายังไม่มีการรักษาไก่อาจจะตายได้

คุณสมบัติของเชื้อ : เชื้อบิด (ไอเมอเรีย)เป็นสัตว์เซลล์เดียวมีขนาดเล็กมาก เมื่อมีการติดเชื้อสัตว์จะมีการขับถ่ายเชื้อออกมานอกร่างกายในรูปของไข่บิด(oocyst) ซึ่งมีความคงทนต่อสภาพแห้งแล้งและยาฆ่าเชื้อบางชนิด  สามารถทนอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่แห้งได้นานถึง 18 เดือนหรือมากกว่า ดังนั้นการติดเชื้อในโรงเรือนจึงเป็นการติดเชื้อแบบต่อเนื่องไม่ถูกทำลายด้วย ฟอร์มาลิน , กรดคาร์บอลิค , กรดกำมะถัน ไข่บิด(oocyst) จะถูกทำลายด้วยน้ำยาครีโอโสต , ไลซอล และแอมโมเนีย การต้มหรือทำให้ร้อนไข่บิด(oocyst) จะตายภายใน 10 นาที การเกิดโรคติดเชื้อของแต่ละสายพันธุ์ จะมีการจำเพาะกับชนิดของสัตว์ (Host specific) และตำแหน่งของการเกิดโรคนี้จะเกิดขึ้นจำเพาะส่วนในแต่ละส่วนของลำไส้ (Specific Iocation) สายพันธุ์ที่ทำให้เกิดการระบาดของโรคได้บ่อยและทำความเสียหายมากมีเพียง 3 สายพันธุ์ เท่านั้นได้แก่ 1) ไอเมอเรีย เทนเนลล่า 2) ไอเมอเรีย เนคาทริกซ์ และ  3) ไอเมอเรีย อะเซอวูลิน่า

 

การติดต่อ  ไข่บิด(oocyst) จะปนเปื้อนกับน้ำและอาหารทำให้การระบาดของโรคเป็นไปอย่างรวดเร็ว  ปริมาณของไข่บิด(oocyst)ที่ก่อโรคได้ในไก่นั้นแตกต่างกันในแต่ละสายพันธุ์ บางสายพันธุ์ไก่จะต้องกินไข่บิด(oocyst)เข้าไปมากถึง 2,000,000ใบ  แต่บางสายพันธุ์ให้ไก่กินไม่เกิน 500ใบ ก็แสดงอาการเป็นโรคได้

 

ระยะฟักตัว สายพันธุ์ที่ทำให้เกิดโรครุนแรงเช่น  ไอเมอเรีย เทนเนลล่า , และ ไอเมอเรีย อะเซอวูลิน่า นั้นจะมีระยะฟักตัวเฉลี่ย 7 วัน

พยาธิกำเนิด กระบวนการเกิดโรคจะสัมพันธ์กับวงจรชีวิต (Life Cycle) ของเชื้อบิด                            

                  1. วงชีวิตนอกร่างกายไก่ : ไก่ป่วยจะมีการขับถ่ายไข่บิด(oocyst) ปนมากับอุจจาระ เมื่อออกสู่ภายนอกมันจะเปลี่ยนโครงสร้างภายใน มีการสร้างสปอร์ จึงจะเป็นตัวก่อโรคได้ ช่วงระยะเวลาของการเปลี่ยนแปลง 24-72 ชั่วโมง ดังนั้นไข่บิด(oocyst) จะมี 4 สปอร์โรซีสต์และแต่ละสปอร์โรซีสต์จะมี 2 สปอร์โรซอยท์

            2. วงชีวิตภายในร่างกายไก่ : เมื่อไก่กินไข่บิด(oocyst)ที่ฟักตัว (Sporulated) แล้วน้ำย่อยในกระเพาะจะทำลายผนังไข่บิด(oocyst) ทำให้สปอร์แตกตัวออกมาสู่ภายนอกน้ำย่อยจากลำไส้จะย่อยสปอร์อีกครั้งหนึ่ง ทำให้สปอร์โรซอยท์แตกตัวออกมา สปอร์โรซอยท์ จะแทรกเข้าไปในเยื่อบุและผนังของลำไส้(1) ทำการแบ่งตัวครั้งแรกเรียกว่า เมอร์โรซอยท์ (Merozimts)(2) จะแทรกเข้าในเยื่อบุของลำไส้ต่อๆ กันไป(3-6) ทำให้มีการถูกทำลายของเยื่อบุลำไส้อย่างต่อเนื่อง การแบ่งตัวในระยะนี้จะเป็น แบบไม่มีเพศ (Asexual Division) การแบ่งตัวแบบไม่มีเพศจะเกิดขึ้น 2-3 ครั้ง เมอร์โรซอยท์บางตัวจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นเซลล์ตัวผู้  (Male Gamrte)(7) และบางตัวจะเป็นเซลล์ตัวเมีย (Fremal gamete)(8) เซลล์ตัวผู้และเซลล์ตัวเมียจะมาผมสมพันธุ์กัน(9-10) เปลี่ยนแปลงเป็นไข่บิด(oocyst)(11)ถูกขับออกมานอกร่างกายไก่ (12)จากกการที่เมอร์โรซอยท์มีการแทรกเข้าไปแบ่งตัวภายในเยื่อบุของลำไส้ จะทำให้มีการฉีกขาดทำลายเนื้อเยื่อเหล่านี้โดยตรง ก่อให้เกิดมีเลือดออกและมีการแทรกซ้อนของพวกแบคทีเรีย ส่งผลให้ลำไส้มีการอักเสบรุนแรงยิ่งขึ้น

              

      

เชื้อบิดและรอยโรค    

1.                  ไอเมอเรีย อะเซอร์วูลิน่า : ทำให้เกิดการอักเสบของลำไส้เล็กส่วนต้น แต่จากการทดลอง ให้ไก่กินไข่บิด(oocyst) 5,000,000 ใบ จะทำให้ไก่แสดงความรุนแรงและอัตราการตายสูง ระหว่าง 50-100 เปอร์เซ็นต์

  

 

1.                  ไอแมอเรีย เนคาทริกซ์ : โรคบิดทีเกิดการอักเสบของลำไส้เล็กส่วนกลาง และมีเลือดคลั่งการเกิดโรคบิดจากเชื้อสายพันธุ์นี้จะมีความรุนแรง และ อัตราการตายจะสูงกว่าที่เกิดจากสายพันธุ์อื่น พบว่าเมื่อให้ไข่บิด(oocyst)10,000 ใบ จะทำให้ไก่แสดงอาการเป็นโรคได้อย่างรุนแรงเหมือนกับที่ระบาดตามธรรมชาติ  

     

 

3.ไอเมอเรีย เทนเนลล่า            : เชื้อนี้จะก่อให้เกิดโรคที่ส่วนของไส้ตัน (Caecum) ของไก่ จะเกิดอาการอักเสบรุนแรงและมีเลือดคั่งส่งผลให้เกิดสภาวะเลือดจางและอัตราการตายสูงจำนวนของเชื้อที่สามารถก่อโรคได้พบว่าเมื่อให้ไก่ได้รับไข่บิด(oocyst) 150-500ใบ ไก่แสดงอาการการตายต่ำ   แต่ถ้าให้ได้รับ ไข่บิด(oocyst)3,000-5,000ใบ จะแสดงอาการรุนแรงและอัตราการตายสูง

      

 

การรักษา ปัญหาของการเกิดโรคบิดเป็นปัญหาที่พบทั่วทุกภูมิภาคในโลกไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงไก่กระทง ไก่ไข่ ไก่พ่อแม่พันธุ์ ถ้าไม่มีมาตรฐานที่ดีในการที่จะควบคุมอาจกล่าวได้ว่าไก่ทุกฝูงจะต้องเกิดโรคบิดขึ้น

 

1.      ยากลุ่มซัลฟาควินอกซาลีน หรือ ซัลฟาไดเมทรอกซีน

 

2.      ยากลุ่มโททราซูริล

 

3.      ยากลุ่มไดคลาซูริว


อ่านบทความถัดไป
1 | 2 | 3 | 4 |



You are visitors number


All rights reserved © Copy right 2010 - 2012

Powered by ThaiMarketCenter.com