หน้าแรก HOME สมัครสมาชิก กิจกรรม activities เว็บบอร์ด webboard เกี่ยวกับเรา about us ติดต่อเรา contact us บริษัทในเครือ vip group
หมวดหมู่สินค้า
 hidden ผลิตภัณฑ์ของเรา
 hidden วัคซีน
 hidden พรีมิกซ์
 hidden ยาปฏิชีวนะ
 hidden ยาผสมอาหาร
 hidden ยาฉีด&ยาปั๊มปาก
 hidden วิตามินละลายน้ำ
 hidden สารฆ่าเชื้อ แมลงและหนู
 hidden กรดอินทรีย์รวม ชนิดน้ำ
 ใส่อีเมล์เพื่อรับข่าวสาร
สมัคร   ยกเลิก
 สาระน่ารู้
  อันตรายจาก 4 เชื้อร้ายในอาหาร (20)
  การทำวัคซีนไก่ไข่ (182)
  โรคบิดสุกร (293)
  โรคบิดไก่ (318)
 เรื่องน่ารู้คนออฟฟิศ
  วีธีทำให้ชีวิตโล่ง และเบาขึ้น (30)
  ข้อแนะนำ วิธีนวดฝ่าเท้าด้วยตัวเอง แบบง่ายๆ (31)
  เรื่องน่ารู้ วิธีทำงาน รวมกับคนที่ไม่ชอบหน้า (49)
  คนทำงานหน้าคอมฯ เสี่ยง ออฟฟิศซินโดรม  (56)
 ธรรมะในการทำงาน
  ทำงานเพื่อเจริญสติปัญญา (29)
  ความสุขที่เรียบง่าย  (37)

  +กรมปศุสัตว์
  +สำนักพัฒนาการปศุสัตว์และถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมปศุสัตว์

บริษัท เวท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด.... สินค้ามาตรฐาน เพื่อฟาร์มมาตรฐาน.... ด้วยทีมงานบริการที่ประทับใจ

สาระน่ารู้

"โรคบิดสุกร"
(เข้าชมทั้งหมด 293 คน)

โรคบิดสุกร(Coccidiosis)

     โรคบิดในสุกร ภาพความสูญเสียที่เกษตรกรสังเกตเห็นอย่างชัดเจนคือ อาการท้องเสียในลูกสุกรดูดนม บนเล้าคลอด ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาปฎิชีวนะ เพราะเชื้อบิดไม่ใช่แบคทีเรีย แต่เป็นปรสิตชนาดเล็กเซลล์เดียวที่เรียกว่าเชื้อ โปรโตซัว

มารู้จักเชื้อโรคบิดสุกรกันดีกว่า

·         เชื้อโรคบิดในสุกรมี2สกุลที่เด่นดังคือ ไอโซสปอร่า(Isospora) และไอเมอเรีย(Eimeria)

·         โดยที่เชื้อบิดจะไปเจริญเติบโตและสืบพันธ์ในเซลของลำไส้เล็ก ทำให้เซลบุลำไส้เล็กเกิดความเสียหาย และเกิดท้องเสียตามมา

·         การติดเชื้อที่ทำให้ลูกสุกรดูดนมท้องเสียจะเป็นเชื้อไอโซสปอร่า(Isospora suis)   ส่วนแม่สุกรพบว่ามีการติดเชื้อไอเมอเรียเป็นหลักและพบการติดเชื้อไอโซสปอร่าเป็นส่วนน้อย 

·         แต่สาเหตุที่ลูกสุกรไม่ติดเชื้อไอเมอเรียจากแม่สุกรเพราะไข่บิด(oocyst)ของเชื้อไอเมอเรียที่ออกมากับอุจจาระแม่สุกรไม่สามารถฟักตัว(sporulate)หรือถูกยับยั้งได้ที่อุณหภูมิสูงแบบในเมืองไทย  และอีกสาเหตุหนึ่งก็คือ แม่สุกรสามารถถ่ายทอดภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไอเมอเรียให้กับลูกสุกรโดยผ่านนมน้ำเหลืองทำให้ลูกสุกรสามารถป้องกันการติดเชื้อไอเมอเรียได้ระดับหนึ่ง ในขณะที่การถ่ายทอดภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไอโซสปอร่าของแม่สุกรให้ลูกสุกรจะมีเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย

 

ลักษณะของไข่บิด (oocyst)

 

 

วงชีวิตชองเชื้อบิดสุกร

·         วงชีวิตของเชื้อบิดเริ่มจากไข่บิด(oocyst)ที่ออกมากับอุจจาระของทั้งแม่และลูกสุกรที่มีปัญหาเป็นบิด และไข่บิดที่ติดอยู่ตามพื้นคอกและตามตัวสุกร

·         ไข่บิดจะใช้อุณหภูมิและเวลาที่เหมาะสม (25-35องศาเซลเซียส/12-24ชั่วโมง)ในการฟักตัว(sporulate)หลังจากไข่บิดฟักตัวแล้วก็พร้อมที่จะอยู่ในระยะติดต่อ(sporulated oocyst )

·          เมื่อลูกสุกรกินเข้าไปจะเกิดการติดเชื้อและเจริญเติบโตของเชื้อภายในเซลของลำไส้เล็กส่วนกลางและส่วนปลาย เชื้อบิดจะมีการสืบพันธ์ทั้งแบบไม่อาศัยเพศและอาศัยเพศ(asexual/sexual) ซึ่งการเจริญทั้ง2ระยะนี้จะก่อให้เกิดการทำลายผิวลำไส้อย่างรุนแรง และผิวลำไส้บริเวณนี้เป็นส่วนที่มีการดูดซึมสารอาหาร ทำให้ลูกสุกรชะงักการเจริญเติบโตมาก หลังจากใช้เวลาในการสืบพันธ์ประมาณ7วันก็จะเกิดผลผลิตคือไข่บิด(oocyst)ออกมากับอุจจาระซึ่งตรวจพบได้3-4 วันหลังเกิดอาการท้องเสีย และลูกสุกรที่เป็นโรคอาจขับไข่บิด(oocyst)ได้นาน3-5วัน

·          ลูกสุกรที่เป็นโรคบิดอาจปล่อยไข่บิด(oocyst)ได้ถึง10,000ใบต่ออุจจาระ1กรัม ซึ่งไข่บิด(oocyst)เพียง100ใบก็เพียงพอต่อการทำให้เกิดโรคบิดได้แล้ว และไข่บิด(oocyst)ก็ทนต่อสภาพแวดล้อมมากทำให้การกำจัดไข่บิด(oocyst)ทำได้ค่อนข้างยาก

·          ยกตัวอย่างเช่น ลูกสุกรติดเชื้อบิดในวันแรกอันเกิดจากกินไข่บิดที่ติดตามพื้นคอกหรือราวนมของแม่ ลูกสุกรจะแสดงอาการท้องเสียในวันที่ 4 และไข่บิดจะตรวจพบได้ในวันที่ 7-12

     วงชีวิตของเชื้อบิดที่เจริญในลำไส้เล็กลูกสุกร

 

                         

                                                           

ภาพลำไส้เล็กลูกสุกรที่ถูกทำลายโดยเชื้อบิด

 

ช่วงวัยที่มีปัญหา

 

·         พบได้ในลูกสุกรดูดนมช่วงอายุ 5-21 วัน

·         แต่ช่วงอายุที่พบว่าเป็นปัญหามากที่สุดคือ 7-10 วัน

·         ปัญหาท้องเสียจากเชื้อบิดในแม่สุกรมักจะไม่ค่อยพบ

อาการป่วยที่ตรวจพบ

  • หลังจากได้รับเชื้อไปประมาณ 5 วัน ลูกสุกรจะแสดงอาการท้องเสียถ่ายเหลวมีลักษณะไม่เฉพาะเช่นสีขาว สีเหลืองจนถึงสีเทา ถ้าอาการรุนแรงมากอาจเห็นอุจจาระมีเลือดปน   
  • อุจจาระ มีกลิ่นเหม็นคาวจัด สภาวะร่างกายลูกสุกรขาดน้ำอย่างรุนแรง เนื่องมาจากเชื้อบิดไปทำลายเซลล์ของลำไส้เล็กซึ่งเป็นบริเวณที่ดูดซึมสารอาหาร
  • อาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้ง่าย ซึ่งจะมีผลต่ออัตราการตายที่สูงขึ้นด้วย

อยากรู้จังป่วยเยอะไหม ตายเยอะไหม

  • อัตราการป่วยสูง50-75%
  • อัตราการตายไม่แน่นอนอาจถึง20%

ปัจจัยโน้มนำที่ทำให้สถานการณ์แย่ลง

  • การล้างคอกคลอดไม่สะอาด
  • การดูแลความสะอาดคอกคลอดในช่วงแม่หมูเข้าคลอดไม่ดี มีการหมักหมมอุจจาระทั้งของแม่และลูกสุกรมาก
  • พื้นคอกคลอดที่เปียกชื้นตลอดเวลา
  • แมลงวันมาก
  • อุจจาระแห้งของแม่สุกรที่ติดตามราวนม และก้นแม่สุกรโดยที่ไม่มีการเช็ดทำความสะอาด
  • การใช้คอกคลอดต่อเนื่องโดยไม่พักเล้า ไม่มีการล้างและการใช้ยาฆ่าเชื้อ

 

การวินิจฉัยโรค

  • การตรวจหาไข่บิด(oocyst) ในอุจจาระโดยทำการเก็บอุจจาระส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งมักจะพบไข่บิด(oocyst)ออกมากับอุจจาระลูกสุกรหลังจากลูกสุกรแสดงอาการท้องเสียไปแล้ว2-3วัน
  • การชันสูตรซากสุกรตาย ให้ดูที่ในส่วนของลำไส้เล็กส่วนกลางและส่วนปลายอักเสบแดง เมื่อเปิดดูภายในลำไส้จะพบเนื้อตายปนไฟบริน และเมื่อลำไส้เล็กสุกรไปส่องตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จะพบเชื้อบิดอยู่ภายในเซลของลำไส้ เล็ก
  • ลักษณะที่ลูกสุกรไม่ค่อยตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะที่มีผลต่อโรคแบคทีเรียที่ทำให้เกิดท้องเสีย เช่น เอนโรฟล็อกซาซิน,โคลิสติน,เจนต้ามัยซินหรือสเตปโตมัยซิน ก็มีความเป็นไปได้ว่าน่าจะเป็นโรคบิด

 

 

 

การรักษา

  • การรักษาสุกรในช่วงที่แสดงอาการท้องเสียจะได้ผลน้อย เพราะเยื่อเมือกของลำไส้ได้รับความเสียหายมาก ยากที่จะกลับมาเป็นปกติได้
  • เน้นการใช้ยาฆ่าบิดเป็นโปรแกรมในการควบคุมป้องกันโรคบิดในลูกสุกรเช่น ตัวยาไดคลาซูริล(Diclazuril)หรือโททราซูริล(totrazuril) ป้อนให้ลูกสุกรกินในวันที่3-4หลังคลอด
  • ควรมีการเวียนใช้ยาฆ่าบิดในฟาร์ม เพราะเชื้อบิดก็มีการดื้อต่อยาฆ่าบิดได้
  • ในแม่สุกร ยาผสมอาหารในกลุ่มซัลฟาเช่นซัลฟาไดมิดีน100กรัมต่ออาหาร1ตันก็มีผลช่วยลดการขับออกของไข่บิด(oocyst)ได้

 

การควบคุมและป้องกัน

  • ไข่บิด(oocyst)ที่ทำให้เกิดโรคบิดในลูกสุกรมาจาก2แหล่งสำคัญคือ1)ไข่บิด(oocyst)ที่ตกค้างตามพื้นคอกหลังจากย้ายหมูชุดที่แล้วออกไปและล้างไข่บิด(oocyst)ออกไปไม่หมด 2)ไข่บิด(oocyst)ที่ออกมากับอุจจาระของแม่สุกรและไม่มีการเก็บอุจจาระแม่สุกรที่ดีทำให้อุจจาระไปเปื้อนตามก้น,ราวนมแม่สุกรและลูกสุกรกินไข่บิด(oocyst)เข้าไป
  •  วิธีป้องกันคือ บนเล้าคลอดหลังจากย้ายหมูชุดที่แล้วออกไปต้องทำการล้างอุจจาระที่ติดตามพื้นและผนังคอกออกไปให้หมด   โดยใช้การขัดด้วยผงซักฟอก   ล้างออกด้วยน้ำ   ตามด้วยการราดยาฆ่าเชื้อที่พื้นและผนังคอก และทุกขั้นตอนของการล้างน้ำควรใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อดันเอาคราบอุจจาระสุกรที่ติดฝังแน่นออกไป  หลังจากนั้นพักซองคลอดให้แห้งซัก5-7วัน
  • ในวันที่แม่สุกรย้ายมาที่ซองคลอดต้องทำการอาบน้ำ ขัดตัวให้สะอาดและราดยาฆ่าเชื้อ  หลังจากนั้นในวันที่แม่สุกรคลอดเสร็จให้เอาผ้าชุบน้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดทำความสะอาดบริเวณเต้านมและก้นแม่สุกรทำอย่างนี้ติดกันทุกวันประมาณ1สัปดาห์
  • สำหรับลูกสุกรในวันที่3-4 หลังคลอดใช้ยาฆ่าบิดป้อนให้ลูกสุกรกิน
  • รักษาความสะอาดของพื้นคอก รางน้ำ รางอาหาร ให้ดีที่สุด

 

 

 

ลูกสุกรที่ปลอดจากเชื้อบิดจะมีการเจริญเติบโตที่ดีตลอดช่วงการเลี้ยง

 

 


อ่านบทความถัดไป
1 | 2 | 3 | 4 |



You are visitors number


All rights reserved © Copy right 2010 - 2012

Powered by ThaiMarketCenter.com