มารู้จักเชื้อโรคบิดสุกรกันดีกว่า
· เชื้อโรคบิดในสุกรมี2สกุลที่เด่นดังคือ ไอโซสปอร่า(Isospora) และไอเมอเรีย(Eimeria)
· โดยที่เชื้อบิดจะไปเจริญเติบโตและสืบพันธ์ในเซลของลำไส้เล็ก ทำให้เซลบุลำไส้เล็กเกิดความเสียหาย และเกิดท้องเสียตามมา
· การติดเชื้อที่ทำให้ลูกสุกรดูดนมท้องเสียจะเป็นเชื้อไอโซสปอร่า(Isospora suis) ส่วนแม่สุกรพบว่ามีการติดเชื้อไอเมอเรียเป็นหลักและพบการติดเชื้อไอโซสปอร่าเป็นส่วนน้อย
· แต่สาเหตุที่ลูกสุกรไม่ติดเชื้อไอเมอเรียจากแม่สุกรเพราะไข่บิด(oocyst)ของเชื้อไอเมอเรียที่ออกมากับอุจจาระแม่สุกรไม่สามารถฟักตัว(sporulate)หรือถูกยับยั้งได้ที่อุณหภูมิสูงแบบในเมืองไทย และอีกสาเหตุหนึ่งก็คือ แม่สุกรสามารถถ่ายทอดภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไอเมอเรียให้กับลูกสุกรโดยผ่านนมน้ำเหลืองทำให้ลูกสุกรสามารถป้องกันการติดเชื้อไอเมอเรียได้ระดับหนึ่ง ในขณะที่การถ่ายทอดภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไอโซสปอร่าของแม่สุกรให้ลูกสุกรจะมีเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย
ลักษณะของไข่บิด (oocyst)

วงชีวิตชองเชื้อบิดสุกร
· วงชีวิตของเชื้อบิดเริ่มจากไข่บิด(oocyst)ที่ออกมากับอุจจาระของทั้งแม่และลูกสุกรที่มีปัญหาเป็นบิด และไข่บิดที่ติดอยู่ตามพื้นคอกและตามตัวสุกร
· ไข่บิดจะใช้อุณหภูมิและเวลาที่เหมาะสม (25-35องศาเซลเซียส/12-24ชั่วโมง)ในการฟักตัว(sporulate)หลังจากไข่บิดฟักตัวแล้วก็พร้อมที่จะอยู่ในระยะติดต่อ(sporulated oocyst )
· เมื่อลูกสุกรกินเข้าไปจะเกิดการติดเชื้อและเจริญเติบโตของเชื้อภายในเซลของลำไส้เล็กส่วนกลางและส่วนปลาย เชื้อบิดจะมีการสืบพันธ์ทั้งแบบไม่อาศัยเพศและอาศัยเพศ(asexual/sexual) ซึ่งการเจริญทั้ง2ระยะนี้จะก่อให้เกิดการทำลายผิวลำไส้อย่างรุนแรง และผิวลำไส้บริเวณนี้เป็นส่วนที่มีการดูดซึมสารอาหาร ทำให้ลูกสุกรชะงักการเจริญเติบโตมาก หลังจากใช้เวลาในการสืบพันธ์ประมาณ7วันก็จะเกิดผลผลิตคือไข่บิด(oocyst)ออกมากับอุจจาระซึ่งตรวจพบได้3-4 วันหลังเกิดอาการท้องเสีย และลูกสุกรที่เป็นโรคอาจขับไข่บิด(oocyst)ได้นาน3-5วัน
· ลูกสุกรที่เป็นโรคบิดอาจปล่อยไข่บิด(oocyst)ได้ถึง10,000ใบต่ออุจจาระ1กรัม ซึ่งไข่บิด(oocyst)เพียง100ใบก็เพียงพอต่อการทำให้เกิดโรคบิดได้แล้ว และไข่บิด(oocyst)ก็ทนต่อสภาพแวดล้อมมากทำให้การกำจัดไข่บิด(oocyst)ทำได้ค่อนข้างยาก
· ยกตัวอย่างเช่น ลูกสุกรติดเชื้อบิดในวันแรกอันเกิดจากกินไข่บิดที่ติดตามพื้นคอกหรือราวนมของแม่ ลูกสุกรจะแสดงอาการท้องเสียในวันที่ 4 และไข่บิดจะตรวจพบได้ในวันที่ 7-12
วงชีวิตของเชื้อบิดที่เจริญในลำไส้เล็กลูกสุกร

ภาพลำไส้เล็กลูกสุกรที่ถูกทำลายโดยเชื้อบิด


ช่วงวัยที่มีปัญหา
· พบได้ในลูกสุกรดูดนมช่วงอายุ 5-21 วัน
· แต่ช่วงอายุที่พบว่าเป็นปัญหามากที่สุดคือ 7-10 วัน
· ปัญหาท้องเสียจากเชื้อบิดในแม่สุกรมักจะไม่ค่อยพบ

อาการป่วยที่ตรวจพบ
- หลังจากได้รับเชื้อไปประมาณ 5 วัน ลูกสุกรจะแสดงอาการท้องเสียถ่ายเหลวมีลักษณะไม่เฉพาะเช่นสีขาว สีเหลืองจนถึงสีเทา ถ้าอาการรุนแรงมากอาจเห็นอุจจาระมีเลือดปน
- อุจจาระ มีกลิ่นเหม็นคาวจัด สภาวะร่างกายลูกสุกรขาดน้ำอย่างรุนแรง เนื่องมาจากเชื้อบิดไปทำลายเซลล์ของลำไส้เล็กซึ่งเป็นบริเวณที่ดูดซึมสารอาหาร
- อาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้ง่าย ซึ่งจะมีผลต่ออัตราการตายที่สูงขึ้นด้วย
อยากรู้จังป่วยเยอะไหม ตายเยอะไหม
- อัตราการป่วยสูง50-75%
- อัตราการตายไม่แน่นอนอาจถึง20%
ปัจจัยโน้มนำที่ทำให้สถานการณ์แย่ลง
- การล้างคอกคลอดไม่สะอาด
- การดูแลความสะอาดคอกคลอดในช่วงแม่หมูเข้าคลอดไม่ดี มีการหมักหมมอุจจาระทั้งของแม่และลูกสุกรมาก
- พื้นคอกคลอดที่เปียกชื้นตลอดเวลา
- แมลงวันมาก
- อุจจาระแห้งของแม่สุกรที่ติดตามราวนม และก้นแม่สุกรโดยที่ไม่มีการเช็ดทำความสะอาด
- การใช้คอกคลอดต่อเนื่องโดยไม่พักเล้า ไม่มีการล้างและการใช้ยาฆ่าเชื้อ

การวินิจฉัยโรค
- การตรวจหาไข่บิด(oocyst) ในอุจจาระโดยทำการเก็บอุจจาระส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งมักจะพบไข่บิด(oocyst)ออกมากับอุจจาระลูกสุกรหลังจากลูกสุกรแสดงอาการท้องเสียไปแล้ว2-3วัน
- การชันสูตรซากสุกรตาย ให้ดูที่ในส่วนของลำไส้เล็กส่วนกลางและส่วนปลายอักเสบแดง เมื่อเปิดดูภายในลำไส้จะพบเนื้อตายปนไฟบริน และเมื่อลำไส้เล็กสุกรไปส่องตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จะพบเชื้อบิดอยู่ภายในเซลของลำไส้ เล็ก
- ลักษณะที่ลูกสุกรไม่ค่อยตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะที่มีผลต่อโรคแบคทีเรียที่ทำให้เกิดท้องเสีย เช่น เอนโรฟล็อกซาซิน,โคลิสติน,เจนต้ามัยซินหรือสเตปโตมัยซิน ก็มีความเป็นไปได้ว่าน่าจะเป็นโรคบิด
การรักษา
- การรักษาสุกรในช่วงที่แสดงอาการท้องเสียจะได้ผลน้อย เพราะเยื่อเมือกของลำไส้ได้รับความเสียหายมาก ยากที่จะกลับมาเป็นปกติได้
- เน้นการใช้ยาฆ่าบิดเป็นโปรแกรมในการควบคุมป้องกันโรคบิดในลูกสุกรเช่น ตัวยาไดคลาซูริล(Diclazuril)หรือโททราซูริล(totrazuril) ป้อนให้ลูกสุกรกินในวันที่3-4หลังคลอด
- ควรมีการเวียนใช้ยาฆ่าบิดในฟาร์ม เพราะเชื้อบิดก็มีการดื้อต่อยาฆ่าบิดได้
- ในแม่สุกร ยาผสมอาหารในกลุ่มซัลฟาเช่นซัลฟาไดมิดีน100กรัมต่ออาหาร1ตันก็มีผลช่วยลดการขับออกของไข่บิด(oocyst)ได้


การควบคุมและป้องกัน
- ไข่บิด(oocyst)ที่ทำให้เกิดโรคบิดในลูกสุกรมาจาก2แหล่งสำคัญคือ1)ไข่บิด(oocyst)ที่ตกค้างตามพื้นคอกหลังจากย้ายหมูชุดที่แล้วออกไปและล้างไข่บิด(oocyst)ออกไปไม่หมด 2)ไข่บิด(oocyst)ที่ออกมากับอุจจาระของแม่สุกรและไม่มีการเก็บอุจจาระแม่สุกรที่ดีทำให้อุจจาระไปเปื้อนตามก้น,ราวนมแม่สุกรและลูกสุกรกินไข่บิด(oocyst)เข้าไป
- วิธีป้องกันคือ บนเล้าคลอดหลังจากย้ายหมูชุดที่แล้วออกไปต้องทำการล้างอุจจาระที่ติดตามพื้นและผนังคอกออกไปให้หมด โดยใช้การขัดด้วยผงซักฟอก ล้างออกด้วยน้ำ ตามด้วยการราดยาฆ่าเชื้อที่พื้นและผนังคอก และทุกขั้นตอนของการล้างน้ำควรใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อดันเอาคราบอุจจาระสุกรที่ติดฝังแน่นออกไป หลังจากนั้นพักซองคลอดให้แห้งซัก5-7วัน
- ในวันที่แม่สุกรย้ายมาที่ซองคลอดต้องทำการอาบน้ำ ขัดตัวให้สะอาดและราดยาฆ่าเชื้อ หลังจากนั้นในวันที่แม่สุกรคลอดเสร็จให้เอาผ้าชุบน้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดทำความสะอาดบริเวณเต้านมและก้นแม่สุกรทำอย่างนี้ติดกันทุกวันประมาณ1สัปดาห์
- สำหรับลูกสุกรในวันที่3-4 หลังคลอดใช้ยาฆ่าบิดป้อนให้ลูกสุกรกิน
- รักษาความสะอาดของพื้นคอก รางน้ำ รางอาหาร ให้ดีที่สุด
ลูกสุกรที่ปลอดจากเชื้อบิดจะมีการเจริญเติบโตที่ดีตลอดช่วงการเลี้ยง
