หน้าแรก HOME สมัครสมาชิก กิจกรรม activities เว็บบอร์ด webboard เกี่ยวกับเรา about us ติดต่อเรา contact us บริษัทในเครือ vip group
หมวดหมู่สินค้า
 hidden ผลิตภัณฑ์ของเรา
 hidden วัคซีน
 hidden พรีมิกซ์
 hidden ยาปฏิชีวนะ
 hidden ยาผสมอาหาร
 hidden ยาฉีด&ยาปั๊มปาก
 hidden วิตามินละลายน้ำ
 hidden สารฆ่าเชื้อ แมลงและหนู
 hidden กรดอินทรีย์รวม ชนิดน้ำ
 ใส่อีเมล์เพื่อรับข่าวสาร
สมัคร   ยกเลิก
 สาระน่ารู้
  อันตรายจาก 4 เชื้อร้ายในอาหาร (20)
  การทำวัคซีนไก่ไข่ (183)
  โรคบิดสุกร (293)
  โรคบิดไก่ (318)
 เรื่องน่ารู้คนออฟฟิศ
  วีธีทำให้ชีวิตโล่ง และเบาขึ้น (30)
  ข้อแนะนำ วิธีนวดฝ่าเท้าด้วยตัวเอง แบบง่ายๆ (31)
  เรื่องน่ารู้ วิธีทำงาน รวมกับคนที่ไม่ชอบหน้า (49)
  คนทำงานหน้าคอมฯ เสี่ยง ออฟฟิศซินโดรม  (56)
 ธรรมะในการทำงาน
  ทำงานเพื่อเจริญสติปัญญา (29)
  ความสุขที่เรียบง่าย  (37)

  +กรมปศุสัตว์
  +สำนักพัฒนาการปศุสัตว์และถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมปศุสัตว์

บริษัท เวท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด.... สินค้ามาตรฐาน เพื่อฟาร์มมาตรฐาน.... ด้วยทีมงานบริการที่ประทับใจ

สาระน่ารู้

"การทำวัคซีนไก่ไข่"
(เข้าชมทั้งหมด 183 คน)

การทำวัคซีนไก่ไข่

วัตถุประสงค์การทำวัคซีน

                เพื่อป้องกันและควบคุมโรคระบาดที่สำคัญ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคที่ไม่สามารถทำการรักษาได้  หรือโรคที่ยากต่อการรักษา  ทำให้ไก่สร้างภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นในร่างกาย  การทำวัคซีนเป็นการเพิ่มความเครียดให้ไก่โดยทางตรงและทางอ้อม  ดังนั้น  จึงต้องเข้มงวดในขั้นตอนการทำวัคซีน โดยต้อนไก่ครั้งละน้อย ๆ จับไก่ด้วยความระมัดระวัง และทำวัคซีนด้วยความนุ่มนวล  ถ้าไม่ระมัดระวังมีผลทำให้ไก่เกิดความเครียดเพิ่มขึ้นและไก้แพ้วัคซีนมากขึ้น

 

ชนิดของวัคซีน

                “วัคซีน”  เป็นผลิตภัณฑ์ที่เตรียมขึ้นจากส่วนของเชื้อโรคหรือเชื้อที่ทำให้เกิดโรค  ซึ่งเมื่อฉีดเข้าร่างกายสัตว์ก็สามารถทำให้สัตว์สร้างภูมิคุ้มกันโรคได้  และภูมิคุ้มกันนั้นสามารถที่จะป้องกันสัตว์ไม่ให้ป่วยเป็นโรคนั้น  ชนิดของวัคซีนแบ่งออกได้  2  ชนิดใหญ่ ๆ คือ

                1. วัคซีนเชื้อเป็น  เป็นวัคซีนที่เตรียมจากเชื้อที่มีความรุนแรงแต่ถูกทำให้อ่อนแอลง  หรือถูกทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปเป็นจุลชีพที่ไม่มีความรุนแรง  ซึ่งไม่สามารถทำให้เกิดโรคได้  จุลชีพเหล่านี้สามารถแบ่งตัวเพิ่มจำนวนได้เมื่อเข้าสู่ร่างกาย  ทำให้เกิดความเครียดหรือเกิดอาการแพ้วัคซีน  วัคซีนเชื้อเป็นสามารถให้ไก่ได้ทีละตัว  โดยการหยอดตาหรือหยอดจมูก  หรือให้ไก่เป็นกลุ่มโดยการละลายในน้ำดื่มหรือการสเปรย์  ทำให้ประหยัดแรงงาน  วัคซีนเชื้อเป็นสามารถถูกทำลายได้ง่ายโดยภูมิคุ้มกันที่ถ่ายทอดมาจากแม่แต่ให้ความคุ้มโรคสูง  อาจทำให้สัตว์เกิดโรคได้  แต่การเก็บรักษายุ่งยากกว่าวัคซีนเชื้อตายและมีราคาถูก

                2. วัคซีนเชื้อตาย  เป็นวัคซีนที่มักเตรียมจากเชื้อที่มีความรุนแรงที่ถูกทำให้ตายโดยทางเคมีหรือฟิสิกส์  จุลชีพเหล่านี้ไม่สามารถแบ่งตัวเพิ่มจำนวนได้เมื่อเข้าสู่ร่างกาย  จึงมีความปลอดภัยแต่ให้ความคุ้มโรคต่ำ  วัคซีนเชื้อตายจะให้โดยวิธีการฉีดเท่านั้น  สารที่ใช้ผสมกับวัคซีนจะเป็นน้ำมันหรืออลูมินั่มไฮดร็อกไซด์   สามารถกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันได้ดี  วัคซีนเชื้อตายมีราคาแพงแต่เก็บรักษาง่าย

               

วิธีการทำวัคซีน

                การทำวัคซีนไก่สามารถทำได้หลายวิธีทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีนที่ใช้และชนิดของโรค

                1. การหยอดตาหรือหยอดจมูก  เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันเฉพาะที่  เพื่อป้องกันโรคที่เกิดขึ้นกับระบบทางเดินหายใจ  เช่น  โรคนิวคาสเซิล  และหลอดลมอักเสบ  โดยละลายวัคซีนในน้ำยาละลายวัคซีน  ( น้ำกลั่น  ที่อุณหภูมิห้อง ) การใช้น้ำเย็นจัดอาจทำให้เยื่อบุอักเสบ  ขวดที่หยอดวัคซีนเป็นขวดมาตรฐาน  เพื่อให้ลูกไก่ได้รับวัคซีนครบโด๊ส  การหยอดตาให้หยอดวัคซีน 1-2 หยอดไก่ 1 ตัว  ตำแหน่งที่จะหยอดวัคซีนก็คือที่บริเวณมุมตาด้านใน  รอจนกระทั่งวัคซีนเข้าไปในตาจึงปล่อยไก่  การหยอดจมูกจะให้ผลดีกว่าการหยอดตา  การหยอดโดยใช้นิ้วมือปิดรูจมูกไว้ข้างหนึ่งแล้วจึงหยอดวัคซีนในรูจมูกอีกข้างหนึ่ง  การทำวัคซีนโดยการหยอดตาและหยอดจมูกทำให้ไก่ทุกตัวได้รับปริมาณวัคซีนที่ใกล้เคียงกันทุก ๆ ตัว  ดังนั้น  ภูมิคุ้มโรคที่เกิดจึงจะมีระดับใกล้เคียงกัน  เพียงแต่วิธีการทำยุ่งยาก  เสียเวลา  และเสียแรงงานมากกว่าเท่านั้น

                2. การแทงปีก  เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันเฉพาะที่  คือ บริเวณใต้ผิวหนัง  เชน  วัคซีนป้องกันโรคฝีดาษ  เป็นวัคซีนที่มีความเข้มข้นมาก  เนื่องจากใช้น้ำยาละลายวัคซีนเพียงเล็กน้อย  และใช้เข็มจุ่มวัคซีนครั้งละ  0.01  ซี.ซี.  โดยสังเกตจากการที่วัคซีนเต็มรูเข็มทั้งสองข้าง  แล้วแทงเข็มจากทางด้านล่างผ่านทะลุผนังของปีกไก่  ระวังอย่าให้แทงผ่านขน  กล้ามเนื้อ  หรือกระดูก  ภายใน  7 – 10 วัน   หลังจากทำวัคซีนจะเกิดรอยสะเก็ดแผลทั้งด้านบนและด้านล่างของผนังปีกไก่ซึ่งเกิดจากการแทงเข็มผ่าน

                3. การฉีดเข้าใต้ผิวหนัง  เป็นวิธีที่นิยมใช้ในการทำวัคซีนป้องกันโรคมาเร็กซ์  โดยฉีดเข้าใต้ผิวหนังบริเวณท้ายทอยหรือฐานคอ  ทำให้การสร้างภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ แต่ผลในการคุ้มกันโรคนาน

                4. การฉีดเข้ากล้ามเนื้อ  เป็นวิธีที่นิยมใช้กับวัคซีนชนิดเชื้อตาย  ซึ่งจะฉีดเข้ากล้ามเนื้อหน้าอก  การฉีดเข้ากล้ามเนื้อจะกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันดีกว่าการหยอดตาและจมูก  เพราะจะไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันด้วยสารนำขึ้นในกระแสเลือดและเกิดการหมุนเวียนไปทั่วร่างกาย  ทำให้ภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว  ได้แก่  การฉีดวัคซีนป้องกันโรคอหิวาต์ไก่  เป็นต้น

                5. การละลายน้ำดื่ม  เป็นวิธีที่ทำง่าย  ประหยัดแรงงาน และเหมาะสำหรับไก่จำนวนมาก    แต่การสร้างภูมิคุ้มกันจะมีความผันแปรค่อนข้างมาก  เนื่องจากไก่แต่ละตัวได้รับวัคซีนในปริมาณที่แตกต่างกัน  ดังนั้น  จะต้องหยุดให้น้ำไก่เป็นเวลาอย่างน้อย  2  ชั่วโมงก่อนทำวัคซีน  เพื่อกระตุ้นให้ไก่กระหายน้ำและกินน้ำผสมวัคซีนให้หมดภายใน  2  ชั่วโมง  ระยะเวลาในการอดน้ำจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ  อุปกรณ์ให้น้ำต้องเพียงพอสำหรับไก่จำนวน 2 ใน 3 ของคอก  สามารถเข้าไปกินน้ำได้พร้อม ๆ กัน ถ้าไม่พออาจเพิ่มอุปกรณ์ให้น้ำขึ้นมาชั่วคราวสำหรับการนี้โดยเฉพาะ  จุดนี้ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุด  เพราะการล้มเหลวจากการให้วัคซีนนี้มักเกิดจากระบบน้ำไม่ถูกต้องและอุปกรณ์ไม่เพียงพอสำหรับปริมาณน้ำที่ใช้ละลายวัคซีนจะผันแปรไปตามอายุของไก่ ดังนี้

                                - อายุ  1 สัปดาห์                      ใช้น้ำ  2-5  ลิตร                       ต่อไก่  1,000  ตัว

                                - อายุ 2-3 สัปดาห์                    ใช้น้ำ  9-11  ลิตร                     ต่อไก่  1,000  ตัว

                                - อายุ  5-7 สัปดาห์                   ใช้น้ำ  14-18 ลิตร                    ต่อไก่  1,000  ตัว

                                - อายุมากกว่า  7 สัปดาห์         ใช้น้ำ  20-23  ลิตร                   ต่อไก่  1,000  ตัว

                6. การสเปรย์  เป็นวิธีที่นิยมมากสำหรับการทำวัคซีนครั้งแรกในลูกไก่อายุ  1  วัน  เพื่อป้องกันโรคติดเชื้อจากไวรัสในระบบทางเดินหายใจ  อาจสเปรย์ตั้งแต่ในโรงฟักหรือโรงเรือนที่เลี้ยง  โดยสเปรย์ใส่ลูกไก่ที่อยู่ในกล่องเลย  ลูกไก่จะได้รับวัคซีนผ่านทางลูกตาหรือจมูก  เป็นวิธีที่ทำได้รวดเร็ว  สามารถให้วัคซีนแก่ไก่จำนวนมาก ๆ ในระยะเวลาอันสั้น  แต่ประมาณวัคซีนที่ได้รับอาจแตกต่างกันไป  การสเปรย์ควรสเปรย์ให้พอหมาด ๆ ไม่ควรให้ตัวลูกไก่เปียกโชกและควรทิ้งลูกไก่ไว้  10-15  นาที  เพื่อให้ตัวแห้ง

 

ข้อควรปฏิบัติในการทำวัคซีน

                1. อายุของไก่และระยะเวลาในการทำวัคซีน  จะมีความสำคัญต่อการสร้างภูมิคุ้มกันโรคของไก่เป็นอย่างมาก  ดังนั้นในการทำวัคซีนจึงควรทำตามกำหนดเวลาอย่างถูกต้อง

                2. สุขภาพของไก่ขณะทำวัคซีน  จะต้องมีความสมบูรณ์  แจ่มใส  แข็งแรง  ไม่เป็นโรคระบาด  และต้องปลอดภัยจากพยาธิ  เพราะอาจจะทำให้การทำวัคซีนไม่ได้ผลเท่าที่ควร  ทั้งอาจทำให้ไก่ป่วยมีอาการรุนแรงได้  ดังนั้น  เพื่อเป็นการรักษาสุขภาพของไก่และอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ จึงควรให้ยาปฏิชีวนะหรือไวตามีน 3 วันติดต่อกัน  กล่าวคือ  ก่อนและหลังทำวัคซีน  1  วัน  และในวันทำวัคซีนอีก  1  วัน

                3. วัคซีนที่ใช้ต้องไม่หมดอายุหรือเสื่อมสภาพ  และควรซื้อวัคซีนจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น

                4.  การเก็บรักษาวัคซีน  จะต้องเก็บไว้ในที่เย็นจัด  เช่น  ในช่องแข็งของตู้เย็นหรือตามคำแนะนำของการใช้วัคซีนนั้น  การขนส่งจะต้องบรรจุในกระติกน้ำแข็งผสมเกลือ  และควรระวังอย่าให้วัคซีนถูกความร้อนหรือแสงอาทิตย์ เพราะจะทำให้วัคซีนเสื่อมสภาพได้

                5. เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำวัคซีน  ทุกชิ้นจะต้องได้รับการทำความสะอาดและผ่านการฆ่าเชื้อ  อาจเป็นวิธีต้ม  นึ่งไอน้ำ  แล้วทิ้งไว้ให้เย็นก่อนนำไปใช้ทุกครั้งในกรณีที่ทำวัคซีนละลายน้ำ  ควรล้างภาชนะต่าง ๆ ให้สะอาดก่อนนำไปใช้ทุกครั้ง

                6. การผสมวัคซีน  จะต้องผสมในอัตราที่ถูกต้องและเหมาะสม  เมื่อผสมเสร็จแล้วควรรีบใช้ให้หมดภายใน  2  ชั่วโมง

                7. วัคซีนที่ผสมแล้วเหลือใช้  รวมทั้งหลอดหรือขวดบรรจุวัคซีน  ก่อนทิ้งควรผ่านการฆ่าเชื้อเสียก่อน

 

การเก็บรักษาวัคซีน

                การเก็บรักษาวัคซีนจะต้องทำอย่างถูกต้อง  หากเก็บรักษาไม่ดีหรือไม่ถูกต้อง  จะทำให้วัคซีนนั้นเสื่อมทันที  ซึ่งการเก็บรักษาวัคซีนควรปฏิบัติ  ดังนี้

1.ควรเก็บวัคซีนไว้ในตู้เย็นที่สามารถควบคุมอุณภูมิได้สม่ำเสมอตลอดเวลา  ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้ว

อุณหภูมิประมาณ 2-8  องศาเซลเซียส

2. ในกรณีที่ไฟฟ้าดับจะต้องรีบย้ายวัคซีนออกจากตู้เย็น  มาเก็บในภาชนะหรือถังน้ำแข็ง  อย่าปล่อยทิ้ง

ไว้ในตู้เย็นรอจนไฟมา  เพราะจะทำให้วัคซีนเสื่อมคุณภาพได้

3. การเก็บวัคซีนในตู้เย็นควรดูชนิดของวัคซีน  และข้อกำหนดของบริษัทผู้ผลิตกำหนดมาในเรื่อง

อุณหภูมิ  เพราะวัคซีนบางชนิดจะเก็บในตู้เย็นธรรมดา  บางชนิดจะเก็บในช่องแช่แข็ง  แต่โดยปกติแล้ววัคซีนชนิด  Freezedries  จะเก็บในช่องแช่แข็ง  ส่วนวัคซีนที่เป็นน้ำจะเก็บในช่องธรรมกา  ไม่ควรรีบนำไปเก็บไว้ในชั้นที่ใกล้หรือใต้ช่องแช่แข็ง  เพราะจะทำให้วัคซีนแข็งตัวและเสื่อมคุณภาพได้

                4. ตู้เย็นที่เก็บวัคซีน  ควรแยกต่างหากจากตู้เย็นอาหารหรือเครื่องดื่ม  และไม่ควรเป็นตู้เย็นที่เปิด-ปิดอยู่เสมอ

                5. เมื่อเก็บวัคซีนไว้เป็นเวลานาน  วัคซีนจะมีการเปลี่ยนแปลงสภาพจากเดิม  เช่น  แข็งตัวหรือเปลี่ยนสี  เป็นต้น  ซึ่งอาจทำให้วัคซีนเสื่อมคุณภาพและไม่ควรนำไปใช้  ควรทำลายเสียโดยการเผา

                6. ควรแยกเก็บวัคซีนแต่ละชนิดออกจากกันอย่าไว้ปะปนกันเพื่อสะดวกในการหยิบใช้ไม่ผิดพลาด

                                                                                            

 

                                                                                                                          ข้อมูลจาก : เกษตรแผ่นดินทอง


อ่านบทความถัดไป
1 | 2 | 3 | 4 |



You are visitors number


All rights reserved © Copy right 2010 - 2012

Powered by ThaiMarketCenter.com